Search

เปิดจุดเสี่ยงการบินไทย ปลายทางยื่นศาลฟื้นฟูกิจการ - กรุงเทพธุรกิจ

taiso.prelol.com

17 พฤษภาคม 2563

53

โควิด -19 เป็นโรคร้ายแรงที่ทั้งโลกเร่งหาทางรับมือ ไม่เพียงเป็นผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังกระทบไปถึงภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม

ไม่เว้นแต่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สายการบินแห่งชาติที่ทุกคนกล่าวถึง วันนี้อดพูดไม่ได้ว่าวิกฤตโควิด -19 กลายเป็นเชื้อไวรัสรุนแรง ที่ทำให้การบินไทย จากอาการป่วยอย่างต่อเนื่อง มีอาการทรุดตัวลงในทันที หลังจากหยุดบินชั่วคราว แต่ยังมีรายจ่ายเข้ามา

ปัจจุบันภาพรวมทางบัญชีของการบินไทย ภายหลังประกาศหยุดทำการบินชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบของโควิด -19 ส่งผลให้ฝ่ายบริหารการบินไทย ประเมินว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้  (ม.ค.-มิ.ย. 2563) บริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนราว 18,038 ล้านบาท

ขณะที่กระแสเงินสด คาดการณ์ว่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2563 บริษัทจะมีเงินสดติดลบมากถึง 7,839 ล้านบาท

กระแสเงินสดจะเริ่มติดลบตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้ (ไม่นับรวมเครดิตไลน์) และจะติดลบในเดือน มิ.ย. นี้ (นับรวมเครดิตไลน์) ทำให้ส่วนของทุนติดลบในไตรมาส 2 ของปี 2563 เป็นวงเงิน  6,273 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ในรอบ 6 เดือนของปีนี้ บริษัทจะมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมค่าเช่าเครื่องบิน) 139,745 ล้านบาท และมีส่วนของทุนติดลบ ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยคาดว่าจะติดลบอยู่ที่ 6,273 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาฝ่ายบริหารของการบินไทย ได้จัดทำแผนฟื้นฟูองค์กรระยะเร่งด่วน ซึ่งจะนำมาปฏิบัติทันทีในเดือน เม.ย.-พ.ย.2563 โดยวางแผนดำเนินการกู้เงินฉุกเฉินระยะสั้น (Bridging Loan) วงเงิน 58,103 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เพื่อนำเงินมาใช้ในการคงสภาพคล่องขั้นต่ำที่ 10,000 ล้าน ขณะที่แผนระยะยาว การบินไทยมีเป้าหมายรอแหล่งเงินถาวร ที่ฝ่ายบริหารเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) วงเงินประมาณ 77,044 ล้านบาท

ทั้งนี้ การประชุม คนร.เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้กระทรวงวการคลัง ค้ำประกันเงินกู้แก่การบินไทย วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งสั่งการให้การบินไทยเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูอย่างละเอียด เพื่อเตรียมเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

แต่แล้วการเสนอขออนุมัติเงินกู้ดังกล่าวก็ต้องสะดุดจนถึงขณะนี้ เนื่องจากกระทรวงคมนาคม ในฐานะหน่วยงานผู้กำกับดูแล มีความคิดเห็นต่างในการแก้ไขปัญหาของการบินไทย

โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า “แผนฟื้นฟูที่การบินไทยเสนอมานั้น ยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังพบว่ามีความเสี่ยงถึง 23 เรื่อง ดังนั้นกระทรวงฯ จึงไม่สามารถเสนอแผนเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อขออนุมัติได้ พร้อมทั้งสั่งการให้การบินไทย ทำงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อปิดทุกความเสี่ยง”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ได้ให้ข้อมูลกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า 23 ความเสี่ยงในแผนฟื้นฟูการบินไทยจะเป็นหมายเหตุแนบท้ายที่ทำให้แผนไม่สำเร็จ เช่น

1.การจัดซื้อจัดจ้างตามระบบรัฐวิสาหกิจที่ทำให้ไม่คล่องตัว อาจกระทบการดำเนินงานในอนาคต

2.การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบิน จะมีผลต่อการเพิ่มรายได้ตามเป้าหมาย หรือมีแผนหยุดขาดทุนภายใน 2–3 ปีนี้

3.การเดินหน้าตามแผนฟื้นฟู อาจไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากปัจจัยภายในอย่างความร่วมมือของพนักงานในองค์กร ที่อาจมีความเห็นต่างในอนาคต

4.แผนการขายเครื่องบิน แอร์บัส A340-500 จำนวน 3 ลำ และแอร์บัส A340-600 จำนวน 6 ลำ ที่มีเป้าหมายขายให้แล้วเสร็จในปี 2563 แต่มีความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อแผนการขาย คือ ไม่มีผู้ซื้อในตลาด รวมทั้งแผนแยก 3 หน่วยธุรกิจไปร่วมทุนกับเอกชน มีความเสี่ยง คือ เอกชนอาจไม่สนใจร่วมทุน

5.การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูอาจจะไม่สำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือจากพนักงาน

“แผนฟื้นฟูที่การบินไทยเขียนมา เป็นแผนในภาพรวมที่ต้องการแก้ไขปัญหาเกือบทุกด้าน แต่ทุกด้านก็มีการระบุถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และกระทบทำให้แผนฟื้นฟูไม่สำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้กระทรวงคมนาคม มีความเห็นว่าหากการบินไทยต้องการทำแผนฟื้นฟูแล้ว ก็ควรปิดทุกความเสี่ยงให้ได้”

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามแผนฟื้นฟูการบินไทย ซึ่งยอมรับด้วยว่า “การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อรับฟังปัญหา ซึ่งพบว่ายังมีมาก ประเด็นเรื่องการค้ำประกันเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาทนั้น ที่ประชุมในวันนี้ ยังไม่ได้มีการพูดถึง ซึ่งส่วนตัวมองว่า อาจทำไม่ได้หรอก แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง”

ขณะเดียวกันในที่ประชุมยังได้สั่งการให้ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการ คนที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่แทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย เร่งจัดทำข้อเสนอแก้ไขมติ คนร. ที่อนุมัติให้การบินไทยกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน โดยขอปรับแก้เพื่อปูทางสู่การพิจารณาให้การบินไทยเข้ากระบวนการตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย

“ความเห็นของทางกระทรวงคมนาคมชัดเจนว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการบินไทยจะต้องเข้าสู่กระบวนการตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย เพราะวันนี้แผนฟื้นฟูยังมีความเสี่ยง หากจะกู้เงินและดำเนินธุรกิจต่อ ก็ต้องเผชิญปัญหาชำระหนี้ แต่หากการบินไทยเข้าสู่กระบวนการ พ.ร.บ.ล้มละลาย เพื่อฟื้นฟูกิจจการ ก็จะมีเวลาปรับโครงสร้างภายในองค์กร ฟื้นฟูตัวเอง และไม่ต้องกังวลกับภาระหนี้สิน เพราะหนี้ที่การบินไทยมีก็จะถูกพักชำระชั่วคราว”

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย หารือถึงแนวทางยื่นล้มละลาย เดินหน้าตามกระบวนการศาล แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะมีความจำเป็นต้องยื่นศาลไทย หรือศาลสหรัฐ เนื่องจากการบินไทยมีเจ้าหนี้ใหญ่อยู่ที่ต่างประเทศ คือหนี้สินที่เกิดจากการเช่าเครื่องบิน ครองสัดส่วนมากกว่า 30% ของมูลค่าหนี้สินทั้งหมดราว 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ทางออกที่การบินไทยต้องเลือกเดิน ไม่เพียงแต่การบินไทยเท่านั้นที่ตัดสินใจได้ เพราะในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจ การบินไทยยังจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจาก คนร. ดังนั้นคงต้องลุ้นกันว่า ที่ประชุม คนร.ในวันจันทร์นี้ (18 พ.ค.) จะมีมติปรับแก้มติเดิม ยกเลิกให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ และผลักดันข้อเสนอสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย หรือไม่

Let's block ads! (Why?)



"ปลายทาง" - Google News
May 17, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/2X4bMgs

เปิดจุดเสี่ยงการบินไทย ปลายทางยื่นศาลฟื้นฟูกิจการ - กรุงเทพธุรกิจ
"ปลายทาง" - Google News
https://ift.tt/2Yb5L3F
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2A5APrD

Bagikan Berita Ini

0 Response to "เปิดจุดเสี่ยงการบินไทย ปลายทางยื่นศาลฟื้นฟูกิจการ - กรุงเทพธุรกิจ"

Post a Comment

Powered by Blogger.