
สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้นักวิเคราะห์คาดแกว่งตัวลง ขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุนและมีปัจจัยบวก/ลบคละเคล้าโดยดัชนียังคงถูกแรงกดดันจากความกังวลสงครามการค้าครั้งใหม่หลังสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลงแรงโดยเฉพาะอัตราว่างงานที่คาดว่าอาจสูงกว่า 20% รวมถึงตลาดจะมีการพักฐานในเดือน พ.ค. หลังพุ่งแรงในเดือน เม.ย.
*ตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET Index)วันทำการล่าสุด(5พ.ค.63) เปิดตลาดในดิ่งลงแดนลบ และเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน มาปิดตลาดที่ 1,278.63 จุด ลดลง 23.03 จุด หรือ -1.77% มูลค่าการซื้อขาย 51,384.94 ล้านบาท
ดัชนี SET100 ปิดที่ 1,876.24 จุด ลดลง -37.11 จุด หรือ -1.94%
ดัชนี SET50 ปิดที่ 856.57 จุด ลดลง -16.99 จุด หรือ -1.94%
ดัชนี mai ปิดที่ 254.97 จุด ลดลง -1.22 จุด หรือ -0.48%
*ตลาดหุ้นต่างประเทศ-น้ำมันดิบ
ดัชนี Dow30 ปิดตลาดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ค.) ที่ระดับ 23,664.64 จุด ลดลง 218.45 จุด หรือ -0.91%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 2,848.42 จุด ลดลง 20.02 จุด หรือ -0.70%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับ 8,854.39 จุด เพิ่มขึ้น 45.27 จุด หรือ +0.51%
ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบเป็นครั้งแรกในรอบ 3 วัน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯแสดงความกังวลในสถานการณ์ของตลาดแรงงานสหรัฐฯ หลัง ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เผยว่าการจ้างงานของภาคเอกชนในสหรัฐฯ ได้ลดลงไปมากถึง 22 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัท และ อุตสาหกรรมต่างๆในสหรัฐฯต้องปิดกิจการชั่วคราวจากมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก
ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายนที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ระดับ 23.99 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 57 เซนต์ หรือ -2.32%
*มุมมองนักวิเคราะห์
บล.กรุงศรี เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET แกว่งตัว 1,265 – 1,290 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุนและมีปัจจัยบวก/ลบคละเคล้าโดยดัชนียังคงถูกแรงกดดันจากความกังวล Tradewar ครั้งใหม่หลังสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลงแรงโดยเฉพาะอัตราว่างงานที่คาดว่าอาจสูงกว่า 20% นอกจากนี้ความกังวลผลประกอบการหลายบริษัทฯที่คาดว่างบ 1Q20 จะหดตัวลงทั้ง qoq และ yoy จะเป็นตัวฉุดดัชนี อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะสลับรีบาวด์ขึ้นได้จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือ 24 US/Barrel ได้อีกครั้ง ประกอบกับยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ในไทยที่ลดลงเข้าใกล้ 0 รายจะเป็นแรงหนุนต่อทิศทาง
บล.ฟินันเซีย ไซรัส เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Down ในกรอบ 1,265-1,285 จุด โดยยังคงมุมมองว่าตลาดจะมีการพักฐานในเดือน พ.ค. หลังพุ่งแรงในเดือน เม.ย. รับความคาดหวังเชิงบวกไปมากโดยเฉพาะประเด็นการ Reopen Economy ซึ่งต้องติดตามว่าจะฟื้นตัวได้เร็วเพียงใดรวมถึงจะทำให้เกิด 2nd Wave ของการระบาดหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องระวังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่อาจตึงเครียดมากขึ้นทั้งประเด็นต้นตอ COVID-19 และลามไปถึงประเด็นการค้า ส่วนฝั่งบ้านเราให้ติดตามผลประกอบการ 1Q20 ของฝั่ง Real Sector ที่จะประกาศออกมาหนาแน่นในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าซึ่งเราคาดไม่สดใสและจะทรุดหนักใน 2Q20 เรายังประเมิน Upside ของดัชนียังจำกัดจาก Valuation ที่สุง (PER 17.3 เท่า) แพงเป็นอันดับต้นๆของภูมิภาค จึงยังแนะนำรอการพักฐานในเดือนนี้เพื่อสะสมหุ้นรอบใหม่ ส่วนระยะสั้นแนะนำเพียง Trading ตามการแกว่งตัวของดัชนี
"ลงไป" - Google News
May 07, 2020 at 09:19AM
https://ift.tt/35CEI2Z
สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้คาดแกว่งตัวลง กังวลสงครามการค้ารอบใหม่ - efinanceThai
"ลงไป" - Google News
https://ift.tt/2W5r8kp
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2A5APrD
Bagikan Berita Ini
0 Response to "สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้คาดแกว่งตัวลง กังวลสงครามการค้ารอบใหม่ - efinanceThai"
Post a Comment