Search

CPALL เดินหน้าฝ่าจุดต่ำสุด...นักลงทุนมีทางเลือกอะไรบ้าง? - efinanceThai

taiso.prelol.com
CPALL เดินหน้าฝ่าจุดต่ำสุด...นักลงทุนมีทางเลือกอะไรบ้าง?

หุ้นเด่นวันนี้

CPALL เดินหน้าฝ่าจุดต่ำสุด...นักลงทุนมีทางเลือกอะไรบ้าง?

ผลประกอบการ CPALL หุ้นค้าปลีกชื่อดัง ออกมาแล้ว แม้จะลดลงทั้ง QoQ และ YoY แต่ก็ถือว่าทำได้ตามที่หลายๆฝ่ายคาดไว้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหากยังเป็นไปตามที่คาดอีกว่า ไตรมาส 2/63 จะย่ำแย่กว่านี้ เพราะเป็นจุดต่ำสุดของปี ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คืออะไรกันแน่?


*** งบไตรมาสแรกออกมาตามที่ตลาดคาดไว้ 


ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่พอใจกับผลประกอบการของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เท่าใดนัก สะท้อนจากราคาหุ้นของวันทำการล่าสุด(13พ.ค.63) ที่ปรับตัวลดลงทันทีหลังจากเปิดตลาดเพียงไม่นาน โดยที่ราคาหุ้นลงไปทำจุดต่ำสุดของวันที่ 71 บาท ก่อนมาปิดตลาดไปที่ 71.75 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ -2.38% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 154.30 % เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


ไตรมาส 1/63 บริษัททำกำไรสุทธิไปได้ที่ 5,645 ล้านบาท ลดลง -2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) และลดลง -9% จากไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) เพราะได้รับผลกระทบจากการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอลงจากสถานการณ์โควิด-19


โดยสาเหตุที่ทำให้กำไรของ CPALL อ่อนตัวก็คือ แม้ธุรกิจในเครือ CPALL จะทำรายได้ไปที่ 1.41 แสนล้านบาท +5% YoY แต่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มีการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม(SSSG)ติดลบ -4% จากผู้บริโภคที่หันไปกักตุนสินค้าด้วยการซื้อผ่าน MAKRO แทน  ดังนั้นด้วยยอดขาย MAKRO(ที่มีมาร์จิ้นต่ำ)เพิ่มขึ้นมา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin)ลดลงมาอยู่ที่ 22.1% ด้วย


อย่างไรก็ดีผลประกอบการก็ไม่ถือว่าย่ำแย่นัก หากเปรียบเทียบว่าเรายังอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่อ่อนแอลงเช่นนี้ และยังเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดกันไว้ก่อนหน้าอีกด้วย


*** ไตรมาสสองจะเป็นจุดต่ำสุดของปี


จากผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์หลายรายมองไว้ตรงกัน ดังนั้นปัญหาของนักลงทุนก็คืออาจต้องเตรียมใจรับแรงกระแทกจาก CPALL ในงบไตรมาส 2/63 มากกว่า เพราะนักวิเคราะห์มองตรงกันว่าน่าจะออกมาแย่กว่าไตรมาสแรก และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว 


โดยที่บล.หยวนต้า ระบุว่า ไตรมาส 2/63 มีแรงกดดันจากโควิด-19 เราคาด SSSG ของ 7-Eleven จะมีผลกระทบจากการปิดล็อกดาวน์ของเดือน เม.ย ทั้งเดือน และต่อเนื่องไปถึงกลางเดือน พ.ค เราคาด SSSG มีโอกาสติดลบต่อ ขณะที่ MAKRO จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่ยังมีความกังวลการติดเชื้อ ทำให้การบริโภคจำกัดในที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ส่งผลต่อยอดขายสินค้าอาหารสดและอาหารแห้ง ยังทำได้ดี เราคาดว่า SSSG ของ MAKRO มีโอกาสเป็นบวกได้อยู่


*** CPALL กำลังก้าวลงไปแตะจุดต่ำสุด นักลงทุนควรทำอย่างไร?


ทางเลือกแรก : หากยังไม่มีหุ้นอาจจะต้องจับตาให้ดีถึงสถานการณ์โควิด-19 เพราะหากสามารถผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลงได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ก็จะทำให้กำลังซื้อโดยรวมที่อ่อนแอลง กลับมาฟื้นตัวได้ทันที จึงจะเป็นโอกาสซื้อ หรือรอให้ราคาปรับตัวลงมาก่อน เพราะปัจจุบันมีอัพไซด์เหลือน้อยมากจากราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ดังนี้

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม
โนมูระ พัฒนสิน ขายทำกำไร 73
ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อเมื่ออ่อนตัว 78
ทรีนีตี้ ถือ 79
ดีบีเอสวิคเคอร์ส ซื้อ 79
หยวนต้า ซื้อ 81
เคจีไอ ถือ 83
ฟิลลิป ซื้อ 85


ทางเลือกที่สอง : หากมีหุ้นอยู่ อาจใช้วิธีซื้อถัวเฉลี่ยเมื่อราคาอ่อนตัวลง แม้ไตรมาสสองจะเป็นจุดตกต่ำที่สุดของปีนี้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อยู่ในประมาณการของนักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ ดังนั้นหากตลาดรับรู้เรื่องนี้มาแล้ว(Price in) ก็อาจจะทำให้ราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวลดลงไปมาก โดยที่บล.หยวนต้า ยังมองว่า CPALL จะสามารถทำกำไรสุทธิในปีนี้ไปได้ที่ 23,275 ล้านบาท โต +4%


*** 7-Eleven กัมพูชามีโอกาสโตแค่ไหน ?


บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า โอกาสในการเติบโตของรายได้ในต่างประเทศ แม้จะยังไม่มีนัยสำคัญในเชิงพื้นฐานของปี 2563 และในช่วง 1 - 2 ปีแรก เพราะรูปแบบการลงทุนจะขยายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และความเสี่ยงในต่างประเทศจะสูงกว่าในประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่าง ด้านวัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และด้านกฎหมายแต่ละประเทศที่ต่างกัน แต่มองว่าจะส่งผลดีต่อ CPALL ในระยะยาว จากปัจจุบันที่มีธุรกิจร้านสะดวกซื้อเพียงในไทย


โดยที่การขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อในกัมพูชามีโอกาสเติบโตสูงและยังไม่มีเจ้าตลาดอย่างชัดเจน เนื่องจากจำนวนร้านค้าต่อจำนวนประชากรในประเทศยังมีน้อย โดยทั่วประเทศมีร้านสะดวกซื้อราว 100 ร้านค้า ขณะที่มีประชากร 16 ล้านคน จึงคิดเป็นเพียงอัตราส่วนเพียง 6 ร้านค้าต่อประชากร 1 ล้านคนเท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยมีอัตราส่วน 261 ร้านค้าต่อประชากร 1 ล้านคน และถ้าหากเปรียบเทียบย้อนกลับให้กัมพูชามีอัตราส่วน 261 ร้านค้าต่อประชากร 1 ล้านคน เท่าประเทศไทยจะคิดเป็นราว 4,200 ร้านค้าในกัมพูชา ซึ่งจะเห็นว่ายังมีโอกาสเติบโตได้สูงถึง 40 เท่าจากปัจจุบัน


แม้ในระยะสั้นงบของ CPALL จะดูไม่ดีนัก แต่ต้องบอกว่าหากเทียบกับค้าปลีกด้วยกันถือว่าทำได้ดีกว่ามาก นอกจากนี้ดีลกัมพูชา และสปป.ลาวในอนาคต ถือว่าเป็นอัพไซด์ที่ใหญ่มากสำหรับ CPALL เพราะหากการขยายธุรกิจและเศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย ก็อาจได้เห็นรายได้เติบโตอีกมาก!

ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม


Let's block ads! (Why?)



"ลงไป" - Google News
May 14, 2020 at 09:09AM
https://ift.tt/2T1gREQ

CPALL เดินหน้าฝ่าจุดต่ำสุด...นักลงทุนมีทางเลือกอะไรบ้าง? - efinanceThai
"ลงไป" - Google News
https://ift.tt/2W5r8kp
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2A5APrD

Bagikan Berita Ini

0 Response to "CPALL เดินหน้าฝ่าจุดต่ำสุด...นักลงทุนมีทางเลือกอะไรบ้าง? - efinanceThai"

Post a Comment

Powered by Blogger.