หลังหุ้นกลุ่มแบงก์รายงานงบ Q2/63 กำไรลดลงมากกว่าคาด ฉุดหุ้นกลุ่มแบงก์ทรุดถ้วนหน้า เช่น เดียวกับ BBL ที่ประกาศงบ Q2/63 กำไรวูบ 66.9% ส่งผลราคาหุ้นวันนี้ร่วงแรงกว่ากลุ่ม ทำนิวโลว์รอบเกือบ 2 เดือน...แต่จังหวะนี้ควรกังวลหรือไม่? ช่วงครึ่งปีหลัง BBL ยังมีอะไรให้ลุ้น?...ต้องติดตาม!
*** BBL ราคาร่วงแรงกว่ากลุ่ม หลังประกาศงบ Q2/63
ราคาหุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดตลาดวันนี้ (22 ก.ค.) รูดลงทันที สวนทางดัชนีหุ้นไทย ที่เปิดบวก โดยราคาหุ้น BBL ลงไปทำจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ราคา 103 บาท ก่อนปิดภาคเช้าด้วยราคา 104 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ 4.15% มีปริมาณการซื้อขาย 1.6 พันล้านบาท ราคาหุ้นทำนิวโลว์ในรอบเกือบ 2 เดือน
สาเหตุที่ทำให้ BBL ปรับตัวลดลง คงหนีไม่พ้นการประกาศงบไตรมาส 2/63 ที่ออกมาแย่กว่าตลาดคาดการณ์ โดย BBL รายงานกำไรสุทธิ 3,094.98 ล้านบาท ลดลง 66.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยังมีการตั้งสำรองฯอีก 13,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 138.6% เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคตจากผลกระทบของโควิด-19
ทั้งนี้ ราคาหุ้น BBL ยังปรับตัวลงแรงมากกว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อีกด้วย โดยธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ปิดเช้า -1.90%, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ปิดเช้าลบ -1.36%, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ปิดเช้าลบ -0.86% และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ปิดเช้าลบ - 0.96%
ซึ่งน่าจะเป็นเพราะ BBL ประกาศงบไตรมาส 2/63 หลังสุด ทำให้ราคาหุ้นเพิ่งตอบรับผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าคาดในวันนี้ ขณะที่ราคาหุ้นแบงก์ตัวอื่นทยอยรับผลกระทบไปแล้วตั้งแต่ 1-2 วันก่อนหน้า
*** โบรกฯรุมหั่นราคาเป้าหมาย-กำไร หลังปิดงบ Q2/63
จากการสำรวจบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ต่างๆที่ออกมาในช่วงเช้าวันนี้ พบว่าส่วนใหญ่พากันหั่นราคาเป้าหมาย และกำไรสุทธิปี 63 ของ BBL ลงถ้วนหน้า ซึ่งราคาเป้าหมายเฉลี่ยใหม่อยู่ที่ 134.6 บาท ลดลงราว 21%
ขณะที่กำไรสุทธิปี 63 เฉลี่ยใหม่อยู่ที่ 24,528 ล้านบาท ลดลงราว 23% โดยนักวิเคราะห์กังวลประเด็นผลประกอบการไตรมาส 2/63 อ่อนแอกว่าคาด ประกอบกับการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้นกว่า 138.6%
ตารางแสดงการปรับประมาณราคาเป้าหมายใหม่
บล. คำแนะนำ(ใหม่) คำแนะนำ(เดิม) ราคาเหมาะสมใหม่(บ.) ราคาเหมาะสมเดิม(บ.)
หยวนต้า ซื้อ ซื้อ 126 150
ทรีนีตี้ ซื้อ ซื้อ 129 158
เคทีบี ซื้อ ซื้อ 130 175
ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ ซื้อ 142 187
ยูโอบีเคย์เฮียน ซื้อ ซื้อ 146 146
ราคาเฉลี่ย 134.6 163
ตารางแสดงการปรับประมาณการกำไรปี 63 ใหม่
(บล.) คาดการกำไรปี 63 ใหม่(ลบ.) คาดการณ์กำไรปี 63 เดิม (ลบ.)
ทรีนีตี้ 22,230 28,943
โนมูระ พัฒนสิน 23,155 27,242
หยวนต้า 28,200 34,390
กำไรสุทธิเฉลี่ย 24,528 30,191
*** ราคายังมีอัพไซด์กว่า 30%
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าราคาหุ้น BBL ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์เหลือให้นักลงทุนลุ้นอีกกว่า 30% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายใหม่ ซึ่งได้รวมผลกระทบเชิงลบจากผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกไปแล้ว และเป็นไปได้ว่าจุดต่ำสุดของผลประกอบการอาจผ่านไปแล้ว
*** ไตรมาส 3 มี 3 ปัจจัยบวกรอหนุนผลงานฟื้น
แม้ว่า BBL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 ลดลง 66.9% แต่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ยังมีมุมมองเชิงบวกกับผลประกอบการของ BBL โดยคาดว่าจะฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป จาก 3 ปัจจัยบวก ดังนี้
1.BBL จะรับรู้รายได้ดอกเบี้ย (NIM) จาก Permata Bank ในอินโดนีเซีย เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ซึ่ง Permata Bank มี NIM ราว 4 - 4.6% สูงกว่า NIM ของ BBL ที่ 2.1 - 2.3% ทำให้ NIM ของ BBL หลังรวมงบกับ Permata Bank จะสูงขึ้น
2. BBL ได้ตั้งสำรองเพิ่มไปแล้วราว 18,325 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งใกล้เคียงกับการตั้งสำรองภายใต้กรณีรุนแรงที่สุดที่ผู้บริหาร BBL ประเมินไว้ที่ 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ BBL มีระดับ Coverage Ratio ณ สิ้นไตรมาส 2/63 ที่ 170% อยู่ในระดับสูงสุดในกลุ่ม ทำให้แรงกดดันจากการตั้งสำรองลดลง
3. มาตรการคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาล ส่งผลให้การทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมของ BBL อาทิ ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกัน และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป
สอดคล้องกับความเห็นของบล.เคทีบี(ประเทศไทย) ที่ระบุว่า จากการสอบถามผู้บริหาร BBL เรื่องการตั้งสำรองฯจำนวน 13,238 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2/63 นั้น คาดว่าเป็นจุดสูงสุดของปี 63 แล้ว โดย BBL มีลูหนี้ขอเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ไม่มาก ทำให้ BBL ไม่น่าจะตั้งสำรองฯสูงกว่าช่วงไตรมาส 2/63 อีกแล้ว
ขณะที่ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองไปในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังปี 63 ของ BBL จะปรับตัวดีขึ้น จากช่วงไตรมาส 2/63 เนื่องด้วยเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว
ถึงแม้ช่วงนี้อาจไม่ใช่จังหวะที่ดีนักในการลงทุนหุ้นกลุ่มแบงก์ แต่หากพิจารณาเฉพาะ BBL จะเห็นว่าผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และอัพไซด์ของราคาหุ้นก็เปิดกว้างพอสมควร ดังนั้นนี่อาจเป็นโอกาสท่ามกลางภาวะวิกฤติก็เป็นได้!
0 Response to "BBLดิ่งแรงกว่ากลุ่ม...จังหวะนี้โอกาสหรือวิกฤติ? - efinanceThai"
Post a Comment