หลังจาก AH พี่ใหญ่ในกลุ่ม "ชิ้นส่วนยานยนต์" ออกมายืนยันถึงยอดผลิตรถยนต์ที่ฟื้นตัวตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังของปี เม็ดเงินลงทุนก็เริ่มย้ายเข้ามาในกลุ่มนี้ทันที เริ่มตั้งแต่ชิ้นส่วนเบาะหนังอย่าง IHL-CWT ชิ้นส่วนพลาสติกอย่าง TKT ชิ้นส่วนโลหะ SAT ไปจนถึงหุ้นท่าเรือที่เน้นการส่งออกรถยนต์อย่าง NYT แต่ผลประกอบการแต่ละตัวจะมีแนวโน้มเป็นยังไง แล้วเลือกลงทุนตัวไหนจะดีที่สุด ต้องติดตาม
*** ข่าว AH พี่ใหญ่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ทำหุ้นขึ้นยกแผง
จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยานยนต์หดตัวทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งผู้รับเคราะห์เช่นกัน โดยที่ราคาหุ้นในกลุ่มนี้หลังจากที่ลงไปทำจุดต่ำสุดตาม SET Index ในเดือนมี.ค.63 แล้ว กลับไม่สามารถปรับตัวขึ้นมาเหนือช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดได้อีกเลย โดยที่ราคาหุ้นแต่ละตัวเป็นดังนี้
| หุ้น |
ราคาสูงสุดวันนี้ |
จุดต่ำสุดของปี |
เปลี่ยนแปลง |
| IHL |
3.12 |
2.00 |
+56% |
| CWT |
2.62 |
1.43 |
+83% |
| TKT |
1.03 |
0.56 |
+84% |
| SAT |
13.50 |
7.30 |
+85% |
| NYT |
3.40 |
2.58 |
+31% |
หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่ 80% ขึ้นไปอาจจะดูเหมือนฟื้นตัวขึ้นมาแรง แต่หากเทียบกับหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ที่แซงหน้าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ไปแล้ว ถือว่าหุ้นในกลุ่มนี้ฟื้นตัวช้า(Laggard)กว่ากลุ่มอื่นๆมาก
แต่หลังจากที่ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH กลับมายืนยันว่า ยอดผลิตรถยนต์จะฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป โดยที่บริษัทกลับมาใช้อัตรากำลังการผลิตไปแล้วถึง 80% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ก็ทำให้ราคาหุ้นของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มฟื้นกันทันที
*** ฟื้นตั้งแต่เบาะหนัง ยัน ท่าเรือส่งออกรถยนต์
ราคาหุ้นของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ฟื้นตัวในวันนี้มีตั้งแต่เบาะหนัง - ชิ้นส่วนพลาสติก - ส่วนส่วนโลหะ ไปจนถึงหุ้นท่าเรือส่งออกรถยนต์ แต่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE ไม่ได้ปรับตัวขึ้นมาด้วย เพราะเป็นหุ้นที่พุ่งขึ้นแรงไปก่อนหน้านี้มากแล้วนั่นเอง
การฟื้นตัวของทั้งกลุ่มยานยนต์ไม่ใช่ เรื่องบังเอิญ แต่อย่างใด เพราะนอกจากราคาที่ Laggard แล้ว โดยธรรมชาติของการผลิตยานยนต์ในประเทศไทย มีลักษณะการตั้งโรงงานเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) หรือก็คือมีที่ตั้งโรงงานใกล้เคียงกัน รถยนต์หนึ่งคันมีส่วนประกอบมาจากหลากหลายบริษัท และการผลิตรถยนต์หนึ่งคัน มักจะผลิตตามคำสั่งซื้อ (Made to Order) ดังนั้นเมื่อคำสั่งซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่อยู่ในซัพพลายเชน(Supply Chain)ทั้งหมดย่อมได้รับประโยชน์ไปตามๆกันทันทีด้วย
| หุ้น |
ธุรกิจ |
ราคาสูงสุดวันนี้(บ.) |
เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า |
| IHL |
เบาะหนัง |
3.12 |
+13% |
| CWT |
เบาะหนัง |
2.62 |
+6.5% |
| TKT |
พลาสติก |
1.03 |
+4% |
| SAT |
โลหะ |
13.50 |
+3.8% |
| NYT |
ท่าเรือส่งออก |
3.40 |
+8.3% |
*** มีหลายตัวเหลือเกิน .... ตัวไหนเป็นยังไงบ้าง ?
IHL ธุรกิจเดิมฟื้น ธุรกิจใหม่น่าสนใจ
เริ่มต้นด้วย บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในกลุ่มวันนี้ จากข่าวพบว่านายวศิน ดำรงสกุลวงษ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป IHL ออกมาเปิดเผยว่าคำสั่งผลิตเบาะหนังรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปียังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากยอดจองรถยนต์ Toyota Corolla Cross ที่เพิ่งเปิดตัวไป ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด รวมถึงการผลิตเบาะรถยนต์ให้กับผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Honda Nissan ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตเพิ่มขึ้นมาแตะ 80% แล้วในปัจจุบัน
เตรียมนำ By Product ลุยธุรกิจอาหารสัตว์
ผู้บริหารเปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจะลุยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทอาหารขบเคี้ยวและอาหารว่างสำหรับสุนัขเพิ่มเติม ผู้อ่านอาจรู้สึกขบขันในใจที่บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะแตกไลน์มายังอาหารสัตว์ แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่า อาหารสัตว์เลี้ยงที่มีรูปร่างเป็นกระดูกใช้สำหรับแทะนั้น วัตถุดิบที่ใช้ผลิตนั้นมาจากหนังควายตากแห้ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในประเทศไทย และเป็นตลาดส่งออกที่เติบโตสูงมากด้วย
CWT ครึ่งหลังฟื้น รถ เรือ EV หนุนผลงาน
นายวีระพล ไชยธีรัตต์ กรรมการผู้จัดการ ระบุไว้บนหน้าหนังสือพิมพ์ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นจากครึ่งแรกที่ ที่มีรายได้อยู่ที่ 705 ล้านบาท จากการส่งมอบเรือ EV Ferry มูลค่า 50 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต ขณะที่ธุรกิจเบาะหนังสำหรับรถยนต์ยังคงเติบโตตามอุตสาหกรรม
ขณะที่ธุรกิจรถบัสไฟฟ้า SakunC และธุรกิจโรงไฟฟ้า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
TKT ครึ่งหลังเร่งตัว 70 - 90% สนธุรกิจแบตรถไฟฟ้า
นายสุเมธ เตชะไกรศรี ประธานกรรมการบริหาร TKT เคยออกมาระบุผ่านสื่อว่า ในช่วงตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป คาดว่ายอดขายจะฟื้นตัว 70 - 80% ถือว่าเป็นสัญญาณบวกแม้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นมาแบบเต็มที่ ส่วนในช่วงไตรมาสที่ 4 คาดว่ายอดขายจะกลับมาเริ่มฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 80 - 90%
รับสนใจลงทุนบริษัทผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และแผงโซลาร์เซล์
SAT กำไรปีนี้ยับเยิน -83% YoY แต่ปีหน้าฟื้นแซง +286% YoY ลุยธุรกิจ Automation
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า SAT ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/63 อย่างไรก็ดีด้วยยอดผลิตรถยนต์ในครึ่งหลังที่น่าจะทำได้ 7 แสนคัน เทียบกับครึ่งปีแรกที่ 6 แสนคัน ยังทำให้ทั้งปี -35% YoY ทำให้กำไรปีนี้น่าจะลดลง -83% YoY แต่ในปี 64 คาดยอดผลิตรถจะฟื้น 10 - 15% YoY ทำให้กำไรจะฟื้นแรง +286% YoY ภายในปีหน้า
แนะนำ "ทยอยซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว" ราคาเหมาะสม 13.6 บาท
ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าบริษัท เตรียมแตกไลน์ธุรกิจใหม่คือ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม รถนำทางอัตโนมัติ (AGV) คลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) โรงงานอัจฉริยะ การพัฒนาระบบอัตโนมัติและสายการผลิตขนาดใหญ่เป็นต้น
โดยปัจจุบันได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่แล้วร่วมกับ SIASUN
NYT ฟื้นตัวตามยอดส่งออกรถยนต์ เรื่องสัมปทานไม่น่าห่วง ธุรกิจใหม่จ่อเปิดอัพไซด์
สำหรับ NYT ประเด็นการต่อสัญญาท่าเรือ A5 ที่จะหมดอายุในปี 64 เป็นเรื่องเขย่าขวัญนักลงทุนอย่างมาก และยังถูกโควิด-19 เล่นงานยอดส่งออกรถยนต์ลงไปอีก อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ได้ประเมินไว้ว่า ประเด็นการต่อสัญญาท่าเรือ A5 มีความเป็นไปได้สูง เพราะปัจจุบัน NYT ยังดำเนินงานภายใต้เงื่อนไขสัญญาที่สามารถต่ออายุได้อีก 5 ปี ทำให้การประมูลรอบใหม่น่าจะเกิดขึ้นยากเพราะการประมูลจะทำให้การส่งออกยานยนต์ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักลง
แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/63 จะฟื้นตัว ตามยอดส่งออกรถยนต์ทั้งไตรมาส 3/63 คาดทำได้ 1.5 แสนคัน +50% QoQ โดยในเดือน มิ.ย. - ก.ค.63 เพิ่มขึ้นเป็น 40,000 - 50,000 คัน/เดือน จากที่ลดลงไปเหลือ 20,000 - 30,000 คัน/เดือน ในช่วง เม.ย. - พ.ค. 63 ดังนั้นคาดกำไรสุทธิ +50% QoQ แต่ยังลดลง -58% YoY เพราะกำลังซื้อในหลายประเทศโดยเฉพาะในเอเชียยังคงถูกกดดันจากโควิด-19
ธุรกิจใหม่รอเปิดอัพไซด์ ก่อนหน้า NYT ได้ขยายธุรกิจไปยังบริการเรือขนส่งรถบรรทุก ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากทั้งเอกชน และการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นอย่างดี เพราะการขนส่งจากภาคใต้มายังภาคตะวันออกหรือภาคกลางช่วยลดการใช้ถนนเส้นทางพระราม 2 ซึ่งเป็นสาเหตุของเจรจรติดขัดได้อย่างมาก
แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 4.35 บาท คาดกำไรสุทธิปีนี้ทำได้ 269 ล้านบาท -29% YoY แต่จะกลับมาโต แตะ 360 ล้านบาทในปีหน้า +34% YoY จากยอดส่งออกฟื้น และการต่อสัมปทานใหม่ทำให้ต้นทุนดำเนินงานลดลง
*** สรุปปีนี้ทุกตัวเลี่ยงไม่ได้ที่กำไรจะลดลง ...
ด้วยแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดผลิตรถยนต์ทำให้หุ้นในกลุ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือผลประกอบการปีนี้ที่แน่นอนว่าจะยังลดลงจากปีก่อน เพราะยอดขายที่หดตัวในไตรมาส 1 - 2/63 เรียกได้ว่าสาหัสอย่างไม่เคยมีมาก่อน
สิ่งที่น่าสังเกตสำหรับหุ้นชิ้นส่วนยานยนต์ก็คือ ธุรกิจนี้อาจไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวาเหมือนในอดีตได้อีกแล้ว แม้การลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบนี้จะทำให้น่าสนใจเข้าไปเก็งกำไรก็ตาม
ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายก็ดูเหมือนจะรู้ตัว และไม่ได้นิ่งเฉย หันไปลุยธุรกิจอื่นๆ กันแทบทุกราย มีตั้งแต่ธุรกิจที่ใกล้เคียงกันอย่างรถยนต์ไฟฟ้า ระบบหุ่นยนต์สำหรับโรงงาน ไปถึงอาหารสัตว์เลี้ยง ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาก่อนเลือกลงทุนนอกจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักแล้ว อาจต้องจับตาธุรกิจเสริมของแต่ละรายในตอนนี้ด้วยว่ามีแนวโน้มจะรุ่งแค่ไหน เพราะจะเป็นผลดีต่อการเติบโตในระยะถัดๆไปด้วย
0 Response to ""ยานยนต์" ฟื้นตั้งแต่ชิ้นส่วนยันส่งออก ตัวไหนแจ่มสุด? - efinanceThai"
Post a Comment