BTS เป็นหุ้นอีก 1 ตัวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รุนแรง เห็นได้จากกำไร Q1 ปี 63/64 ที่รายงานออกมา 443 ลบ. ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานปัจจุบันฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แต่ราคาหุ้นกลับไม่ได้ฟื้นตาม ดังนั้นการเข้าลงทุนใน BTS ช่วงนี้ มีอะไรที่ต้องระมัดระวังบ้าง? ต้องติดตาม!
*** ราคาหุ้นแกว่งตัวกรอบแคบร่วม 1 เดือน
ราคาหุ้น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS วานนี้ (10 ก.ย.63) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยปิดซื้อขายด้วยราคา 10 บาท เท่ากับการเปิดซื้อขายช่วงเช้าวานนี้ มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 109.93% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า ซึ่งราคาหุ้น BTS นับว่าแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบมาร่วม 1 เดือนแล้ว
*** โค้งแรกถูกบริษัทย่อย และการลงทุนฉุดกำไรวูบ
BTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 63/64 (เม.ย. - มิ.ย.) จำนวน 443 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากรายได้ของบริษัทย่อยอย่าง บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ลดลง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้รายได้สื่อโฆษณานอกบ้าน, บริการดิจิทัล ลดลง ทำให้ VGI รายงานขาดทุนสุทธิ 104 ล้านบาท ลดลง 134% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ BTS ยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน จากการลงทุนอีกราว 400 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจาก U City 399 ล้านบาท และ ขาดทุนอีก 24 ล้านบาท จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) ตามผลกระทบจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวลดลง
แต่หากพิจารณาเพียงแค่ธุรกิจหลัก อย่างธุรกิจรถไฟฟ้า ที่ทำรายได้ในช่วงดังกล่าว 8,929 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การรับจ้างเดินรถไฟฟ้า, การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการติดตั้งระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือเข้ามาช่วยหนุน
*** โบรกฯ มองรถไฟฟ้าฟื้นเร็ว แต่ธุรกิจอื่นยังทรงตัว
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่า BTS กำลังเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว โดยประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 63/64 (ก.ค. - ก.ย.) จะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากธุรกิจสื่อโฆษณาที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะขาดทุนลดลง เนื่องจากการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมโฆษณาในประเทศปรับตัวดีขึ้น
รายได้จากการรับจ้างเดินรถ (O&M) เติบโตต่อเนื่อง และจำนวนผู้โดยสารที่ปรับตัวดีขึ้น โดยล่าสุดจำนวนผู้โดยสารเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งหมดอยู่ที่ 11.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
สอดคล้องกับ บล.ทิสโก้ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จำนวนผู้โดยสารของ BTS เริ่มฟื้นตัวขึ้นในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้โดยสารวันทำงานอยู่ที่ 4.9 แสนคนต่อวัน และยอดผู้โดยสารทั้งเดือนประมาณ 13 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าประมาณการของ BTSGIF พอสมควร
ขณะที่ธุรกิจอื่นในเครือคาดว่าผลการดำเนินงานงวดปี 63/64 ยังคงอ่อนตัว แต่ยังมีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากมองว่า BTS จะมีรายได้ O&M ในงวดปี 63/64 ประมาณ 5.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเปิดส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ล่าสุดเปิด 4 สถานี (กรมป่าไม้ – วัดพระศรีมหาธาตุ) ซึ่งมีแผนเปิดได้ครบทั้งสายในเดือน ธ.ค.นี้
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ก็มีมุมมองว่า BTS กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวด้วยเช่นกัน โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VGI และ U City ไว้อย่างน่าสนใจ โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 63/64 VGI ยังจะรายงานขาดทุนสุทธิ แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากอัตราการใช้สื่อในช่วงไตรมาส 2 ปี 63/64 อยู่ที่ 50% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับ 30% โดยมองว่า VGI จะกลับมารายงานกำไรสุทธิได้ในช่วงครึ่งหลังของงวดปี 63/64
ส่วน ผลการดำเนินงานของ U City ต้องใช้เวลามากที่สุดในการฟื้นตัว เพราะธุรกิจหลักพึ่งพิงโรงแรมในทวีปยุโรป ที่กำลังทยอยกลับมาเปิดดำเนินกิจการ ซึ่งกว่าจะฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ คงต้องรอถึงปี 64 - 65
*** ในอนาคตมีอะไรหนุนการเติบโตบ้าง?
บล.เคทีบี ระบุว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์รอบล่าสุด BTS ให้ข้อมูลเชิงบวก โดยการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะเห็นความชัดเจนใน 1 - 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าไม่ติดประเด็นอะไร และล่าสุด นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมจะเสนอให้ ครม.อนุมัติการต่อสัญญาสัมปทานดังกล่าวในไม่ช้า
ส่วน การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.นี้ BTS ไม่ได้มีความกดดันมากนัก ซึ่งหากไม่ชนะการประมูลดังกล่าว เครือข่ายรถไฟฟ้าที่ BTS มีอยู่ก็ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ซึ่ง BTS ตั้งเป้าเปิดดำเนินการบางส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง และส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือเต็มสาย ภายในเดือน ต.ค. และ ธ.ค.นี้ ตามลำดับ
ด้าน บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มว่า BTS ต้องการชนะการประมูลโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลจะอุดหนุนการลงทุน และงานโยธาคล้ายกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสีเหลือง ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จะอยู่ที่ประมาณ 4 แสนเที่ยว/วัน ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้บริการสายสีน้ำเงิน
ขณะที่ บล.เคทีบี กลับมาให้ข้อมูเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสีเหลือง โดย ผู้บริหาร BTS คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้บางส่วน ตั้งแต่เดือน ต.ค.64 เป็นต้นไป ขณะที่โครงการอู่ตะเภา คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงต้นปี 65 ซึ่งการใช้เงินลงทุนเฟสแรกตามการร่วมทุนราว 3 - 4 พันล้านบาท ถือว่ายังไม่เป็นภาระที่หนักสำหรับ BTS เพราะมีกระแสเงินสดเพียงพอ
*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานของ BTS กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ประกอบกับความชัดเจนการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และโครงการลงทุนในอนาคต จะเป็นปัจจัยหนุนสำหรับ BTS
| บล. |
คำแนะนำ |
ราคาเหมาะสม (บ.) |
| ดีบีเอส วิคเคอร์ส |
ซื้อ |
12.36 |
| เคทีบี |
ซื้อ |
12.50 |
| ทิสโก้ |
ซื้อ |
12.60 |
| กรุงศรี |
ซื้อ |
13.50 |
| เคจีไอ |
ซื้อ |
13.50 |
| บัวหลวง |
ซื้อ |
15.60 |
| ราคาเฉลี่ย |
13.34 |
แม้ว่าผลการดำเนินงานของ BTS จะอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ราคาหุ้นขณะนี้อืดมากว่า 1 เดือนแล้ว และยังไม่กลับสู่ภาวะปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งหากนักลงทุนต้องการเข้าลงทุนระยะสั้นเพื่อหวังเก็งกำไร ก็ควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากนักวิเคราะห์ประเมินว่าธุรกิจของ BTS ที่ฟื้นเร็วมีเพียงแค่รถไฟฟ้า แต่ธุรกิจอื่นๆ ยังคงถูกกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจ...
0 Response to "BTS วอลุ่มเริ่มปูด...สัญญาณซื้อมาหรือยัง? - efinanceThai"
Post a Comment