
โดย อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี เปิดเผยว่า คดีของน้องชมพู่ค่อนข้างจะยาก เพราะเป็นคดีความที่ไม่มีต้นน้ำ มีแต่ปลายน้ำ คือ อยู่ดี ๆ มีเด็กสูญหาย แล้วทุกคนก็ช่วยกันออกค้นหาจนเจอศพ
อย่างไรก็ตาม การที่ให้ชาวบ้านเดินค้นหาร่วมกับเจ้าพนักงาน อาจะไปทำลายร่องรอยหลักฐานที่สำคัญได้ ทั้งญาติพี่น้อง หรือชาวบ้าน อาจะเข้าใกล้ที่เกิดเหตุเกินไป แม้จะเป็นไปด้วยความหวังดีก็ตาม ซึ่งโดยปกติจะต้องมีการนำเส้นมากั้นในจุดที่พบหลักฐาน อย่างไรก็ตามตนไม่อยากกล่าวโทษใคร
นอกจากนี้ความยากอีกอย่างหนึ่ง คือในคดีนี้มีทั้งพระสงฆ์ หมอดู หมอผี ออกมาพูดกันคนละทิศ ทำให้พยานเกิดความไขว้เขว ตลอดจนการนำเสนอข่าวอาจมีส่วนทำลายสมาธิของเจ้าพนักงานและพยาน ตนมองว่าหากครบ 60 วันแล้วยังไม่พบ อยากแนะนำให้สื่อมวลชนหยุดนำเสนอ เพื่อให้ตำรวจมีสมาธิในการทำงาน

ขณะที่ทาง นายพิเชษฐ์ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล ได้เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องระยะทางที่แท้จริงจากบ้านของน้องชมพู่ ไปยังจุดพบศพบนภูเหล็กไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าระยะทาง 5 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านมองว่าอาจไม่ถึง ซึ่งนายพิเชษฐ์ชี้ว่า จุดพบศพน้องชมพู่ ถ้าวัดพิกัดจากจีพีเอสจากบ้านของน้อง มีระยะทาง 1.2 กิโลเมตร แต่จีพีเอสเป็นการวัดระยะทางเเนวราบจากเเผนที่ ส่วนภูเหล็กไฟมีลักษณะสูงชันสลับขึ้นลง ดังนั้นระยะทางการเดินเท้า จึงอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลเมตร
โดยลักษณะของภูเหล็กไฟที่ขึ้นไป เป็นภูเขาหินลาดชันที่มีทางราบเป็นจุดพักประมาณ 6 ชั้น จุดที่พบศพน้องชมพู่อยู่ชั้นที่ 4 ซึ่งจากการประเมินสภาพพื้นที่ภูเหล็กไฟ ยืนยันว่าเด็กไม่สามารถเดินขึ้นมาเองได้แน่นอน เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็ยังขึ้นลำบาก
"ปลายทาง" - Google News
July 12, 2020 at 09:49AM
https://ift.tt/38O7M9a
อัยการชี้ความยากคดีน้องชมพู่ มีแค่ปลายทาง - คนเข้าถึงที่เกิดเหตุ ร่องรอยสำคัญอาจเสียหาย - Kapook.com
"ปลายทาง" - Google News
https://ift.tt/2Yb5L3F
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2A5APrD
Bagikan Berita Ini
0 Response to "อัยการชี้ความยากคดีน้องชมพู่ มีแค่ปลายทาง - คนเข้าถึงที่เกิดเหตุ ร่องรอยสำคัญอาจเสียหาย - Kapook.com"
Post a Comment